สถานี 4 ภาค

รูปภาพ

มีคนบอกให้ไปดูมาเป็นอาทิตย์แล้วแต่ไม่ได้สนใจ งงๆว่าหนังอะไร แล้วก็ผ่านเลยไป

มามีโอกาสได้ไปดู 1 วันก่อนหมดรอบฉายที่ฉายแค่วันละรอบ คาดว่าคนทำทำเองหาที่ฉายเอง (บุญส่ง นาคภู่) ปรากฏว่าหนังที่ไม่ได้สนใจมันตั้งแต่แรกแต่เรากลับชอบในหลายอย่าง

หนังสร้่างจากเรื่องสั้น 4 เรื่อง จาก 4 นักเขียน (ลาว คำหอม วัฒน์ วรรลยางกูร มาลา คำจันทร์ ไพฑูรย์ ธัญญา) เล่าเรื่องราวของคนตัวเล็กๆจาก 4 ภูมิภาค ในแบบที่ไม่ต้องดราม่าแต่มันรู้สึกโคตรจะจริง

ทีแรกคิดว่าคงจะเล่าไปทีละเรื่องๆแต่ปรากฏว่าเขาเล่ารวมไปเลยในทีเดียว ช่วงแรกเลยดูแบบรวมๆงงๆไปเพราะแยกไม่ออกว่าภาคไหนเป็นภาคไหน อาศัยจำตัวละครเอา แยกได้ชัดสุดก็คืออีสานเพราะคุ้นสำเนียงสุด ภาคใต้นี่งงอยู่นานที่ไหนวะป่าเขียวขนาดนี้ คนพูดจาโคตรดุ มีต้นตาลปีนด้วยหรือว่าอยุธยา ภูมิประเทศไม่ช่วยอะไร บางที่ดูคุ้นตาแต่นึกไม่ออก ดูจานอาหารที่เขา close up มาก็ไม่ได้ช่วยอะไร ก็อีสานเขาไม่ได้กินกันแต่ส้มตำ ใต้ก็ไม่ได้กินแต่สะตอ (ทั้งที่เรื่องยังอยู่ในประเทศไทยแต่ทำไมกูโง่) หลายที่อาศัยดูป้ายสถานที่เอาด้วยซ้ำซึ่งกว่าจะเห็นป้ายโผล่มาก็ล่อไปกลางๆเรื่องแล้ว อย่างที่สถานีตำรวจที่ไทรโยคนี่สรุปว่าตัวละครเขามาจากมะละแหม่งแล้วถูกตำรวจจับเขาก็พูดภาษามอญกัน ตอนแรกนึกว่าภาษาถิ่นภาคไหนสักภาคเงี่ยหูฟังอยู่ตั้งนาน กลายเป็นหนังไทยที่ต้องนั่งเพ่งซับอังกฤษไป listening ไม่ผ่าน (จริงๆน่ากลัวนะ ไม่รู้ภาษาถิ่น ไม่รู้ภาษาประเทศข้างๆ ในขณะที่คนอื่นเขาพูดไทยกลางกันได้หมด)

จริงๆชาวบ้านแต่ละพื้นที่ก็อยู่กันง่ายๆคล้ายๆกันไปหมด ดูจากจานอาหาร ชานบ้าน เสื้อผ้า ไม่เหมือนละครหลังข่าวทีี่ต้องมานั่งพูดข้าเจ้าจะอั้นจะอี้เอาดอกไม้ทัดหูแล้วก็ฟ้อนกัน เรื่องของพระจากภาคเหนือก็ให้เห็นพระที่เป็นคนจริงๆ ไม่ต้องสูงส่งศักดิ์สิทธิ์แบบที่จริตคนกรุงคิดว่าพระควรจะเป็น ชอบตุ๊ปู่ที่ชอบกินแกงหอยแต่เด็กวัดและเณรไม่ให้กินเพราะมันย่อยยาก บอกว่าเอาให้หมาไปแล้ว ซักพักเณรก็เปิดฝาแอบไว้ข้างๆตัวกินไม่ให้ตุ๊ปู่เห็น มุสาเพื่อสุขภาพ นักแสดงเขาเอาคนในพื้นที่นั้นแหละมาเล่น มีฉากนึงที่เณรกับเด็กวัดเดินอยู่แล้วตุ๊ปู่เรียก ทั้งสามคนเอี้ยวตัวหันกลับมาครึ่งนึงแล้วค้างอยู่แล้วก็พูดตอบตุ๊ปู่ไปทั้งอย่างนั้น การแสดงแข็งๆชวนขำแต่มันก็ดูโคตรจะธรรมชาติ

แต่เวลาคนในเรื่องเขาดิ้นรนเพื่อปากท้องหาเลี้ยงตัว อย่างหนุ่มมอญต้องเสี่ยงเข้ากทม.มาทำงานหาตังค์ไปทำบัตรให้เมียที่ถูกจับเกือบถูกส่งกลับ เพื่อนบ้านที่ไม่ถูกกันกัดกันมาตลอดในเรื่องภาคใต้แต่ต้องมาช่วยกันพาลูกบ้านนึงที่ไม่สบายหนักไปหาหมอไกลออกไปด้วยรถอีแต๊กสปีดต่ำ หรือบ้านอีสานที่ไม่มีตังค์จ่ายค่ารักษาลูกจนต้องขายควายคู่ชีพไปโรงเชือด เรากลับรู้สึกว่าไอ้ที่ทะเลาะกันอยู่ที่กรุงเทพมันดูไร้สาระทั้งที่การชุมนุมมันก็มีปัญหามาจากเรืื่องปากท้อง เรื่องความไม่เท่าเทียม การโดนเอาเปรียบ การเข้าไม่ถึงสิทธิ์นี่แหละ แต่เราเห็นปัญหาเฉพาะหน้าอย่างลูกเข้าโรงบาลเอาตังค์ที่ไหนจ่ายก่อน เมียกูอยู่ในคุกจะโดนส่งกลับแล้วทำยังไง ควายหนูกำลังจะโดนเชือดแล้ว ลูกกูจะไปโรงหมอทันไหม เสียงจากวิทยุโทรทัศน์เกี่ยวการชุมนุมที่ใกล้จะโดนสลายมันเลยดูไกลออกไป ทั้งที่มันก็คือเรื่องเดียวกัน ยิ่งเป็นคนชายขอบของชายขอบอีกทีผลกระทบมันยิ่งจะแรงกว่าด้วยซ้ำ

บางทีเรื่องของคนตัวเล็กๆที่กระจัดกระจายดิ้นรนกันอยู่ใต้เขตแดนสมมติที่เรียกว่าประเทศนี่ก็น่าใส่ใจมากกว่าเรื่องคนตัวใหญ่นะ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Filed under Uncategorized

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s