เลิกใช้แล้ว ถ้อยคำ

ตามมาอ่านบล๊อกคนอื่น ยังทึ่งที่เขายังอัพเดทบล๊อกอยู่เป็นระยะ แม้ว่าล่าสุดจะเพิ่งมาระรัวเพราะไปเที่ยวทริปยาวมา  เพราะบล๊อกล่าสุดเราคือ 4 ปีที่แล้ว ที่เกิดจากการหาเรื่องอัพอะไรก็ได้สักอย่างหลังจากทิ้งหายไปนับปีสองปีแล้วเช่นกัน

มุมมองต่อชีวิตเปลี่ยนไปเยอะ วิธีคิดวิธีแสดงออกก็เปลี่ยนไปเยอะ การมาพิมพ์ๆ อะไรในพื้นที่ที่ใครๆ ก็เข้ามาอ่านได้แบบนี้ ไม่คุ้นชินอีกแล้ว  facebook เราเองก็แทบไม่มีการพิมพ์อะไรแล้ว นอกจากก่นด่าประเทศห่วยๆบางประเทศเพราะสุดจะอัดอั้นกลั้นใจตาย ก็ทีละสี่ห้าคำไม่เกินนั้น รูปภาพก็นานๆ ลงที มีแต่แชร์ข่าว เหมือนม้วนตัวเข้าเปลือกหอยไปแล้ว

ในนี้ก็สงบดี อ่านไปได้เรื่อยๆ สนใจอะไรก็หาอ่านไป ข้างนอกหนวกหูชิบหาย เร็วเร่ง ตามไม่ทันแล้วเหมือนกัน เอาจริงมันก็ทั้งโลกนั่นล่ะ

ใส่ความเห็น

Filed under talk talk

after 3 weeks

รูปภาพ

ใส่ความเห็น

Filed under Uncategorized

ไป Lido ไม่ได้ดูหนัง

IMG_1868c

IMG_1876

IMG_6370

at Lido di Venezia

ใส่ความเห็น

Filed under trip, Uncategorized

อยากกาแฟ

รูปภาพ

น่าประหลาด ขนาดว่าถ่ายรูปเครื่องคั่วเมล็ดกาแฟจากร้านที่เขาว่ากาแฟอร่อยติดอันดับของเวนิสมา ชิมกาแฟที่เบลนด์ 8 ชนิดหอมๆ ซื้อกา Moka ทั้งไซส์ 1/2 และ 1 ถ้วย รวมถึงแก้วกาแฟสวยๆมา กินกาแฟมันทุกวัน วันละ 2-3 แก้ว แต่ไม่ยักซื้อเมล็ดกาแฟกลับบ้านมาด้วย

นี่มันอะไรกัน

Torrefazione Marchi สั่งแล้วช่วยส่งของด้วย ตอบเมล์กันหน่อย จะลงแดง คิดถึงกลิ่น
แต่อิตาเลียนสไตล์ ก็คงเงียบฉี่ อีกทีกาแฟก็มาถึงหน้าบ้านหรือไม่มาเลยชั่วชีวี

ใส่ความเห็น

Filed under talk talk, trip, Uncategorized

สถานี 4 ภาค

รูปภาพ

มีคนบอกให้ไปดูมาเป็นอาทิตย์แล้วแต่ไม่ได้สนใจ งงๆว่าหนังอะไร แล้วก็ผ่านเลยไป

มามีโอกาสได้ไปดู 1 วันก่อนหมดรอบฉายที่ฉายแค่วันละรอบ คาดว่าคนทำทำเองหาที่ฉายเอง (บุญส่ง นาคภู่) ปรากฏว่าหนังที่ไม่ได้สนใจมันตั้งแต่แรกแต่เรากลับชอบในหลายอย่าง

หนังสร้่างจากเรื่องสั้น 4 เรื่อง จาก 4 นักเขียน (ลาว คำหอม วัฒน์ วรรลยางกูร มาลา คำจันทร์ ไพฑูรย์ ธัญญา) เล่าเรื่องราวของคนตัวเล็กๆจาก 4 ภูมิภาค ในแบบที่ไม่ต้องดราม่าแต่มันรู้สึกโคตรจะจริง

ทีแรกคิดว่าคงจะเล่าไปทีละเรื่องๆแต่ปรากฏว่าเขาเล่ารวมไปเลยในทีเดียว ช่วงแรกเลยดูแบบรวมๆงงๆไปเพราะแยกไม่ออกว่าภาคไหนเป็นภาคไหน อาศัยจำตัวละครเอา แยกได้ชัดสุดก็คืออีสานเพราะคุ้นสำเนียงสุด ภาคใต้นี่งงอยู่นานที่ไหนวะป่าเขียวขนาดนี้ คนพูดจาโคตรดุ มีต้นตาลปีนด้วยหรือว่าอยุธยา ภูมิประเทศไม่ช่วยอะไร บางที่ดูคุ้นตาแต่นึกไม่ออก ดูจานอาหารที่เขา close up มาก็ไม่ได้ช่วยอะไร ก็อีสานเขาไม่ได้กินกันแต่ส้มตำ ใต้ก็ไม่ได้กินแต่สะตอ (ทั้งที่เรื่องยังอยู่ในประเทศไทยแต่ทำไมกูโง่) หลายที่อาศัยดูป้ายสถานที่เอาด้วยซ้ำซึ่งกว่าจะเห็นป้ายโผล่มาก็ล่อไปกลางๆเรื่องแล้ว อย่างที่สถานีตำรวจที่ไทรโยคนี่สรุปว่าตัวละครเขามาจากมะละแหม่งแล้วถูกตำรวจจับเขาก็พูดภาษามอญกัน ตอนแรกนึกว่าภาษาถิ่นภาคไหนสักภาคเงี่ยหูฟังอยู่ตั้งนาน กลายเป็นหนังไทยที่ต้องนั่งเพ่งซับอังกฤษไป listening ไม่ผ่าน (จริงๆน่ากลัวนะ ไม่รู้ภาษาถิ่น ไม่รู้ภาษาประเทศข้างๆ ในขณะที่คนอื่นเขาพูดไทยกลางกันได้หมด)

จริงๆชาวบ้านแต่ละพื้นที่ก็อยู่กันง่ายๆคล้ายๆกันไปหมด ดูจากจานอาหาร ชานบ้าน เสื้อผ้า ไม่เหมือนละครหลังข่าวทีี่ต้องมานั่งพูดข้าเจ้าจะอั้นจะอี้เอาดอกไม้ทัดหูแล้วก็ฟ้อนกัน เรื่องของพระจากภาคเหนือก็ให้เห็นพระที่เป็นคนจริงๆ ไม่ต้องสูงส่งศักดิ์สิทธิ์แบบที่จริตคนกรุงคิดว่าพระควรจะเป็น ชอบตุ๊ปู่ที่ชอบกินแกงหอยแต่เด็กวัดและเณรไม่ให้กินเพราะมันย่อยยาก บอกว่าเอาให้หมาไปแล้ว ซักพักเณรก็เปิดฝาแอบไว้ข้างๆตัวกินไม่ให้ตุ๊ปู่เห็น มุสาเพื่อสุขภาพ นักแสดงเขาเอาคนในพื้นที่นั้นแหละมาเล่น มีฉากนึงที่เณรกับเด็กวัดเดินอยู่แล้วตุ๊ปู่เรียก ทั้งสามคนเอี้ยวตัวหันกลับมาครึ่งนึงแล้วค้างอยู่แล้วก็พูดตอบตุ๊ปู่ไปทั้งอย่างนั้น การแสดงแข็งๆชวนขำแต่มันก็ดูโคตรจะธรรมชาติ

แต่เวลาคนในเรื่องเขาดิ้นรนเพื่อปากท้องหาเลี้ยงตัว อย่างหนุ่มมอญต้องเสี่ยงเข้ากทม.มาทำงานหาตังค์ไปทำบัตรให้เมียที่ถูกจับเกือบถูกส่งกลับ เพื่อนบ้านที่ไม่ถูกกันกัดกันมาตลอดในเรื่องภาคใต้แต่ต้องมาช่วยกันพาลูกบ้านนึงที่ไม่สบายหนักไปหาหมอไกลออกไปด้วยรถอีแต๊กสปีดต่ำ หรือบ้านอีสานที่ไม่มีตังค์จ่ายค่ารักษาลูกจนต้องขายควายคู่ชีพไปโรงเชือด เรากลับรู้สึกว่าไอ้ที่ทะเลาะกันอยู่ที่กรุงเทพมันดูไร้สาระทั้งที่การชุมนุมมันก็มีปัญหามาจากเรืื่องปากท้อง เรื่องความไม่เท่าเทียม การโดนเอาเปรียบ การเข้าไม่ถึงสิทธิ์นี่แหละ แต่เราเห็นปัญหาเฉพาะหน้าอย่างลูกเข้าโรงบาลเอาตังค์ที่ไหนจ่ายก่อน เมียกูอยู่ในคุกจะโดนส่งกลับแล้วทำยังไง ควายหนูกำลังจะโดนเชือดแล้ว ลูกกูจะไปโรงหมอทันไหม เสียงจากวิทยุโทรทัศน์เกี่ยวการชุมนุมที่ใกล้จะโดนสลายมันเลยดูไกลออกไป ทั้งที่มันก็คือเรื่องเดียวกัน ยิ่งเป็นคนชายขอบของชายขอบอีกทีผลกระทบมันยิ่งจะแรงกว่าด้วยซ้ำ

บางทีเรื่องของคนตัวเล็กๆที่กระจัดกระจายดิ้นรนกันอยู่ใต้เขตแดนสมมติที่เรียกว่าประเทศนี่ก็น่าใส่ใจมากกว่าเรื่องคนตัวใหญ่นะ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

ใส่ความเห็น

Filed under Uncategorized

36 เวรี่ชอบ เวรี่แซด

 

หนึ่งชั่วโมงที่นั่งดูรูปถ่าย เปิดพลิกไปทีละใบ บางรูปเก่าแล้วแต่เรื่องราวตรงนั้นยังดูสดใหม่ เหมือนเพิ่งเกิดขึ้น เคลื่อนไหวอยู่ตรงหน้า
มีบรรยากาศ มีถ้อยคำ ลอยอ้อยอิ่ง

การนั่งเสพภาพเก่าคงเป็นความมาโซอย่างหนึ่ง เหมือนนั่งลอกพลาสเตอร์ยาออกจากแผลที่ใกล้จะแห้ง ไม่อยากหาย
คงเพราะภาพจำมักจะสวยงามกว่าสิ่งที่มันอาจจจะเคยเป็น

วันนี้ฟ้าสวย ถ่ายรูปกัน

ใส่ความเห็น

Filed under Uncategorized

Buddha Collapsed Out of Shame

เมื่อบักเตย์อยากไปโรงเรียน

บักเตย์หาแม่ไม่เจอแต่อยากได้ตังค์ไปซื้อสมุดดินสอไปโรงเรียน บักเตย์เลยต้องเดินไปกลับบ้าน ร้านชำ ตลาด ร้านขนมปัง ฝูงแพะ ตลาด ร้านชำ บ้าน ร่องเขา และหินผา เพื่อเอาไข่ไก่ไปแลกเป็นตังค์มาซื้อสมุด

ระหว่างทางไปโรงเรียน แถวๆหน้าพระพุทธรูปยักษ์ที่โดนระเบิด กลุ่มเด็กชายที่เล่นสมมติตัวเองเป็นตอลิบันกักตัวบักเตย์ไว้ด้วยปืนกิ่งไม้และจะลงโทษบักเตย์ด้วยการปาก้อนหินใส่

สีหน้าที่ดุดันเอาจริงเอาจังของเหล่าตอลิบันสมมติ ทำให้นึกถึงความเป็นสิ่งสมมติเช่นกันของบรรดาผู้ใหญ่ที่ลุกขึ้นมาฆ่าล้างทำลายกันด้วยเหตุผลที่อาจไม่ต่างไปจากการเล่นกันของเด็กๆ

แต่เมื่อตกบ่ายตอลิบันสมมติกลุ่มนี้ก็ได้กลายร่างไปเป็นอเมริกันมาปราบผู้ก่อการร้ายกันเสียดื้อๆ

ทำไมเด็กผู้หญิงกว่าจะหาทางไปโรงเรียนได้มันช่างยุ่งยาก ทำไมถึงต้องห้ามอยากสวยห้ามทาลิปสติก ทำไมเจ้าหน้าที่และครูและผู้ใหญ่ถึงเป็นคล้ายบุคคลล่องหนพึ่งพาอะไรไม่ได้ อาจจะเป็นอย่างที่อับบาสว่า “บักเตย์ยอมตายซะเขาถึงจะปล่อยให้เธอเป็นอิสระ”

 

ใส่ความเห็น

Filed under movies