


ระหว่างการหิ้วแป๋งน้ำไปรดน้ำต้นไม้ ก็มีคนมาทักทายเป็นภาษามือทั้งบริภาษภาษาและคิขุภาษา
เหมือนอันแรกจะพูดว่า หนูล้างส้วมเสร็จแล้วเคอะ เย้
อีกอันว่า หัดล้างเองมั่งสิเมิง
แม่บ้านก็ช่างหนีบนะกิ๊บน่ะ…



ระหว่างการหิ้วแป๋งน้ำไปรดน้ำต้นไม้ ก็มีคนมาทักทายเป็นภาษามือทั้งบริภาษภาษาและคิขุภาษา
เหมือนอันแรกจะพูดว่า หนูล้างส้วมเสร็จแล้วเคอะ เย้
อีกอันว่า หัดล้างเองมั่งสิเมิง
แม่บ้านก็ช่างหนีบนะกิ๊บน่ะ…
อาการคลั่งคนแก่กำเริบ…
ต้นทางอาการกร๊ีดคนแก่กำเริบช่วง 2-3 วันมานี้ต้องยกเครดิตให้ปู่ Clint Eastwood ใน The Bridges of Madison County (ตั้งฉายาให้ว่า “ยิ้มละลายหลาน”)
มีฉากสุดจิ๊ดที่เพิ่งรู้ตัวอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะอินไปกับรักเก่าๆของคนแก่ๆ เพราะไม่เชื่อเรื่องประเภท once in a life time หรือรักแท้แม้ 4 วันก็จำไปจนวันตายอะไรแบบนี้เลย
แต่ดูไปคำรามไป “เปิดประตูออกไปเลย เปิดไปเลย”
.
.
.
นี่ก็อีกเสน่ห์ย่นยามยิ้ม
ยิ้มเหี่ยวๆนี่น่ารักมาก (ว่าแต่ทำไมวนมาลงที่ David Bowie เนี่ย ?)
อันนี้ตอนยังไม่แก่ มีดีที่ทำนองเพลงสุดล่องลอยหลอกหลอน
เมื่อย้อนอดีตกลับไปตอนละอ่อนหนัก ไม่กรี๊ดเลย เพลงเดียวกันแต่รายละเอียดที่น่าจะมาพร้อมความเหี่ยวย่นมันไม่มี ไม่หม่นเพียงพอต่อความต้องการของผู้เสพ และที่สำคัญคุณ Ground Control นี่หลอนมาก
ยิ่งแก่ยิ่งกรี๊ด…พิสูจน์แล้ว
เพิ่งรู้ตัวว่าเพลงที่กรี๊ดกร๊าดอยู่ช่วงนี้ มันมาจากอนิเมหมดเลย
ชื่นชอบถึงขั้นเอามาทำเสียงเรียกเข้ามือถือก็เพลงนี้เลย Walz ของ Suneohair เพลง ending ของ Honey & Clover
ช่วงก่อนปีใหม่นี่ถึงขั้นดูมันทุกตอนเท่าที่หาได้จนขึ้นภาคสอง ดูจนหลอนเสียง “ตึ้ง” แรกของเพลงตอนอนิเมจบทุกตอนกลายเป็นเสียงแห่งความสุขไป
ส่วนการ์ตูนเล่มที่เชื่องช้าก็มาถึงเล่ม 4 แล้ว ยิ่งอ่านยิ่งจิ๊ด
รู้สึกว่าเขาไม่ให้แฮ้ปวิดีโอมาแปะแฮะ คลิกไปดูที่นี่ละกัน
http://www.youtube.com/watch?v=mEPBzWEzaEg
อีกเพลงนี่โดนกรอกหูจนชอบ Amai Koibito ( = Sweet Sweetheart จั๊กกะเดี๋ยมน่าดู) เป็นเพลงจบของอนิเมเรื่อง Detroit Metal City เป็นเพลงแนวสวีดิชป๊อปเนื้อเพลงหวานเลี่ยนแบบจงใจกวนทีน
ตอนอ่านการ์ตูนเล่มก็ไม่นึกว่าเวลาเป็นอนิเมแล้วเขาจะแต่งเพลงออกมาได้ภาพที่ชัดเจนจนฮาแตกขนาดนี้
ชอบสุดในอนิเมก็คือตอนที่ Krauser พูดคำว่า FUCK 11 คำรวดในกี่วินาทีหว่าจำไม่ได้ รู้แต่ว่าคนพากย์มันเทพมากๆ
รอดูเวอร์ชั่นภาพยนตร์อยู่ อยากรู้ว่าเขาจะจัดการกับคำพูด เนื้อเพลง เนื้อหาที่ถ่อยสะบัดยังไง
MV ฮามาก มีคนแต่งตัวเป็นหนุ่มเลิฟเลิฟแบบอีตาพระเอกเดินเนิร์ดกันเป็นฝูงเลย ผมทรงเห็ดนี่เท่จริงๆ
จากที่ดูผ่านๆกลายมาเป็นติดหนึบแน่นไปแล้วสำหรับ Don’t Tell My Mother (I’m In…) จากช่อง National Geographic เพราะ Diego Buñuel (ผู้ดำเนินเรื่องและผู้กำกับในคนเดียวกัน) เขาพาเราไปยังดินแดนที่ยังเป็น War Zone ห่างไกลจากการรับรู้เรื่องราว(จริงๆ) เช่น โคลัมเบีย เกาหลีเหนือ อัฟกานิสถาน ฉนวนกาซา
แรกเริ่มก็ดูเพราะความสงสัยปนตื่นเต้นว่า Diego+พี่ตากล้อง กล้าเข้าไปประเทศเหล่านี้ได้ยังไง (ประเทศที่ถ้าไปก็อย่าบอกให้แม่รู้เลยจะดีกว่า) จากที่อยากรู้ว่าเข้าไปแล้วจะเจออะไรบ้าง ปรากฏว่าหลังม่านกระสุนและระเบิดของดินแดนเหล่านี้ไม่ได้มีเพียงด้านเดียวอย่างที่เราเคยคิดว่าเรารู้จัก และรายการก็ไม่ได้เสนอแง่มุมเพียงตื้นๆตามที่ “ฝรั่ง”ชอบทำกับประเทศด้อยพัฒนาที่แสนจะ Exotics แต่พาเราไปพูดคุยกับผู้คนที่นั่นแบบที่ว่าถ้าเขาทะเลาะกัน 2 ฝ่าย ก็พาเราไปรู้จักกับทั้งคู่นั่นล่ะ
อย่างตอนที่ไปอัฟกานิสถานก็ได้รู้ว่าคนหน้าเหมือนคนที่สหรัฐแปะป้ายว่าเป็นผู้ก่อการร้ายอันดับหนึ่งเขาต้องอยู่ด้วยความลำบากขนาดไหน เขาซวยเพราะช่างภาพฝรั่งชุ่ยๆคนหนึ่งมาขอถ่ายรูปเขาโดยเอาผ้าโพกหัวมาให้สวม ช่างภาพจากไป ใบหน้าของพี่คนนี้ไปปรากฏบนหนังสือทั่วโลกในฐานะผู้ก่อการร้ายคนนั้น ฝันร้ายไม่สิ้นสุด แล้วก็ไปคุยกับตำรวจสาวดุ(ในประเทศที่ไม่คิดว่าผู้หญิงจะมีอำนาจ) รวมถึงสาวน้อยที่อยากหัดขับรถและรำคาญฮิญาบยิ่งสิ่งใด ค่าที่ถ้าใส่ฮิญาบขับรถก็ชนแหงเพราะมองอะไรแทบไม่เห็น
หรือตอนที่ไปเกาหลีเหนือ จะเห็นว่าชาวบ้านอยู่อย่างยากจน และตั้งใจมั่นกับการกำจัดศัตรู(สหรัฐ) ขณะที่คนของรัฐบาลอยู่สบาย ใช้ของจากประเทศทุนนิยม ซึ่งเฮีย Diego ไปไล่ต้อนถามจนเจ้าหน้าที่ของรัฐบาล-ล่ามถึงกับอึกอัก รวมถึงแอบถ่ายหน้าฉากงามๆหลังฉากกลวงๆให้ดู งานนี้ตากล้องโดนคนเกาหลีโดดต่อยหน้าเพราะคิดว่าฝรั่ง=เมกา คนที่ทำให้เขาต้องลำบากอดอยากยากเข็น ทั้งที่ก็อาจจะไม่ใช่แค่ศัตรูภายนอกแล้วล่ะที่ทำให้คนเขาลำบาก… ภาพชาวบ้านเล่นปิดตาตีเมกากันอย่างหนุกหนาน สาวๆขี้อายหลบม้วนต้วน ทำให้เห็นภาพคนที่อยู่ในพื้นที่สงครามจริงๆว่าเขาก็ยังยิ้ม ยังหัวเราะ ยังหายใจ ก่อนหน้านั้นนึกไม่ออกจริงๆ
และขณะที่ทหารโคลัมเบีย+ลูกจ้างบุกดงกับระเบิด (มีแค่ลูกจ้างที่ต้องบุก) ไปถอนต้นโคคา ต้นตอของโคเคนที่ทำให้ดินแดนนี้มีแต่กระสุนและความตาย (และมีเสื้อสูทกันกระสุนด้วย) อีกมุมเล็กๆของชนพื้นเมืองเขาก็ใช้โคคากินเป็นอาหาร เป็นยามาเป็นพันๆปี เป็นวิถีชีวิตแต่เดิมมา รวมถึงมีความฝันไกลถึงขั้นจะทำน้ำโคคาขายแข่ง(ทวงสิทธิ์)คืนจากบริษัทยักษ์น้ำดำข้ามชาติ ในประเทศเดียวกันยังมองไม่เหมือนกันเลย เพราะเมื่อไปคุยกับอดีตคนขายยาที่เพื่อนพ้องทยอยตายไปจนเกลี้ยง ตอนนี้เขาเปิดโรงเรียนสอนลูกหลานเพื่อนๆที่ตายให้มีความรู้ ไปทำอย่างอื่นที่ไกลจากวังวนน่าเศร้าเขาคงไม่มองโคคาแบบฮาๆได้หรอก และชนเผ่าพื้นเมืองเขาก็คงมองไม่เห็นว่าใบโคคามันจะเปื้อนเลือดไปได้
สนุกทุกตอน แต่ว่าดูจนครบจนวนซ้ำๆๆแล้ว ปีนึงเขามีทำออกมาเฉลี่ยได้แค่ 2 ตอนเท่านั้น กว่าจะเข้าไปได้ และแต่ละประเทศเขาก็อยู่เป็นเดือนโน่น เพื่อข้อมูลรอบด้าน
DON’T TELL MY MOTHER… THAT I’M IN AFGHANISTAN (2006)
DON’T TELL MY MOTHER… THAT I AM IN COLOMBIA (2006)
DON’T TELL MY MOTHER… THAT I AM IN CONGO (2007)
DON’T TELL MY MOTHER… THAT I AM IN NORTH KOREA(2007)
DON’T TELL MY MOTHER… THAT I AM IN THE HOLY LAND (2008)
DON’T TELL MY MOTHER… THAT I AM IN VENEZUELA(2008)
คำตอบที่ว่าคุณคนนี้เอาความกล้าหาญชาญชัย+ความมีไหวพริบ+ความเข้าใจคนในพื้นที่มาจากไหน ก็ได้ข้อเฉลยว่า คุณหลานชายของ Luis Buñuel เจ้าของหนังเซอร์แตกยุคบุกเบิก Un chien andalou (เฮีย Diego นั่นแหละ) ผู้นี้หาใช่เพียงพิธีกรหน้ามนทำหล่อไปวันๆ เพราะเฮียร่ำเรียนมาทาง Journalism+Politics และเคยเป็นนักข่าวลงพื้นที่แดนขาดแคลนความสงบมาก่อนหลายปีนั่นเอง เด็กๆโปรดมีผู้ปกครองให้คำแนะนำ อย่าทำขำๆเลียนแบบเป็นอันขาด เพราะถ้าทะเล่อทะล่าเข้าไปในประเทศที่เขาฮึ่มๆกันทุกวันพร้อมคำถามและการพูดจาแบบฉลาดน้อยอย่างนายกและอดีตนายกของไทยคนนั้น ก็ Don’t Tell My Mother that I can’t go back home(land) ได้เลย
หน้าฉาก
DON’T TELL MY MOTHER… THAT I AM IN NORTH KOREA 1/7
อันนี้เริ่มเข้าสู่หลังฉาก
DON’T TELL MY MOTHER… THAT I AM IN NORTH KOREA 2/7
หลังฉากเต็มๆ
DON’T TELL MY MOTHER… THAT I AM IN NORTH KOREA 3/7