สุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีโอกาสจับพลัดจับผลูหลุดไปอยู่ในห้วงมิติประหลาดแบบไม่ได้ตั้งใจ แค่อยากจะไป “ที่ไหนก็ได้” เป็นเพื่อนให้เพื่อนที่กำลังเซ็งชีวิตและโหยหาธรรมชาติ แต่ไม่คิดว่าการเลยตามเลยมา “ที่นี่” จะได้บรรยากาศหลอกหลอนยิ่งกว่าการดูหนังเหวอๆของเดวิด ลินช์
ในใจก็กะว่าเขาจะสัมนาอะไรก็ตามสบาย ข้าพเจ้าจ่ายตังค์มาพักผ่อนและคงจะแยกวงหลบไปซบภูเขาได้ แต่การณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้นเมื่อต้องเข้าไปนั่งฟังเขาในห้องสัมนาด้วยในบางช่วงด้วยอาการเกรงใจเพื่อนของเพื่อนและเพื่อนของเพื่อนของเพื่อน ก็เลยได้ตื่นตาตื่นใจกับการปรบมือตลอดเวลาทุกๆ 5 วินาที การร้องตะโกนปลุกใจกันและกันด้วยถ้อยคำซ้ำๆพร้อมๆกันเป็นร้อยๆคน การตั้งเป้าหมายในชีวิตไว้ที่ตัวเลขเปอร์เซนต์สมาชิกและจำนวนเงิน และการเดินเชิญคนสำคัญขึ้นบนเวทีด้วยคนทำท่าอุลตร้าแมนเตรียมปล่อยแสงเป็นขบวนแถว รวมถึงการค้นหาเป้าหมายในชีวิตและการพยายามคาดคั้นว่าเรามีเป้าหมายในชีวิตแล้วหรือยัง
ก็แค่บังเอิญว่าในความคิดของข้าพเจ้านั้นเป้าหมายในชีวิตคนเรามันน่าจะมีอะไรที่มากกว่าตัวเลขเปอร์เซนต์ เงินและเวลาที่มากพอจะทำให้คุณไปท่องเที่ยวได้ร้อยเจ็ดสิบเอ็ดล้านประเทศ ยิ่งการมาปลุกเร้าว่าทำธุรกิจเขาแล้วจะมีตังค์ซื้อกระเป๋าใบละ 7 หมื่นได้หลายๆใบนี่ยิ่งไม่เข้าตา…รวมถึงวิธีการไซโค ล่อให้เคลิ้ม อัดด้วยเสียง และการเป็นหนึ่งเดียวกันแบบหุ่นยนต์นี่ดูจะหลอนเกินกว่าจะรับได้
ไม่เถียงเลยว่ามีคนที่ทำ “ธุรกิจ” เขาแล้วร่ำรวยกันไปได้จริงๆ และมันน่าสนใจมากด้วยว่าอะไรที่โน้มน้าวใจคนเป็นร้อยๆให้มาเชื่อ มาร้องตะโกนถ้อยคำซ้ำๆ มาปรบมือวันละ 400 ครั้ง มาจับมือจับไม้ให้กำลังใจกันทุกคนและทุกครั้งที่แสดงเจตจำนงจำนวนเปอร์เซนต์ที่ชัดเจนในชีวิตได้
แต่ความหลอนแบบโลกนี้มีความคิดความเชื่อเพียงหนึ่งเดียวก็ปล่อยให้มีแค่ในหนังไม่ก็ 1984ของจอร์จ ออร์เวลล์ก็พอเถอะว่ะ
ทางออกเพียงไม่กี่อย่างในระหว่างการนั่งรถเดินทางกลับ
-อุดหูฟังอัด goose เข้าหูล้างเพลงตื๊ดๆดิสโก้กระป๋อง ที่เขาเปิดล้างสมองกันตลอดเวลาทิ้งไปซะ จะได้ไม่ต้องรับรู้อะไรอีก แม้จะมีการพยายามเรียก “ผู้มาใหม่” ออกไปพูดหน้ารถก็ไม่ได้ยินแล้วล่ะ ปล่อยผู้มาใหม่ท่านอื่นที่เสียงสั่นเครือด้วยความเชื่อออกไปพูดก็พอแล้ว ข้าพเจ้าพูดก็มีแต่จะรนหาที่ตาย
-sms หาเพื่อนคนอื่นๆด้วยอาการไม่ต่างจากการพยายามคว้าห่วงยางที่ขอบสระตอนใกล้จมน้ำ
-ทางออกแถมๆ คือการสื่อสารในความเงียบกับเพื่อนผู้ยังเหลือสติอยู่ด้วยเทคโนโลยีสมัย ป.4 เขียนกระดาษหลบคุณครูแอบส่งกันอ่านบรรเทาความเครียดที่เกิดสะสมอย่างรุนแรง
ขออนุญาตป้ายหมึกแดงที่นามเพื่อนของเพื่อน เดี๋ยวเขาซวย
เราทำได้ เราทำได้ เราไม่หลวมตัวไปกะเขาอีกแล้วได้ เยส เยส เยส



