Entries from กันยายน 2008

กันยายน 28, 2008

น้องหมาประจำวันนี้

เธอชื่อ ฮันนิบาล…

ถิ่นที่อยู่ : มุมซ้ายล่างของปกหนังฟินแลนด์น่ารักสุดประหลาดที่เพิ่งได้ดูเรื่องหนึ่ง
ไม้ตาย : ตาคู่โศก กับขนหูที่กระพือได้เหมือนปีก

กันยายน 25, 2008

วันนี้สเตฟานมาเยือน

สเตฟานนั่งนิ่งอยู่สักพัก อึดอัดกับการถูกจับจ้อง
สเตฟานยกขาหน้าซ้ายป่ายหลังหัวฝั่งซ้าย และยกขาหน้าขวาป่ายหลังหัวฝั่งขวา ระเรื่อยมาตามมุมปากที่ฉีกกว้าง
คนนั่งนิ่ง สเตฟานนั่งนิ่ง คนเริ่มยกขาหน้าขึ้นป่าย…

กันยายน 8, 2008

ปฏิบัติการล้างสมอง เยส เยส เยส

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีโอกาสจับพลัดจับผลูหลุดไปอยู่ในห้วงมิติประหลาดแบบไม่ได้ตั้งใจ แค่อยากจะไป “ที่ไหนก็ได้” เป็นเพื่อนให้เพื่อนที่กำลังเซ็งชีวิตและโหยหาธรรมชาติ แต่ไม่คิดว่าการเลยตามเลยมา “ที่นี่” จะได้บรรยากาศหลอกหลอนยิ่งกว่าการดูหนังเหวอๆของเดวิด ลินช์
ในใจก็กะว่าเขาจะสัมนาอะไรก็ตามสบาย ข้าพเจ้าจ่ายตังค์มาพักผ่อนและคงจะแยกวงหลบไปซบภูเขาได้ แต่การณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้นเมื่อต้องเข้าไปนั่งฟังเขาในห้องสัมนาด้วยในบางช่วงด้วยอาการเกรงใจเพื่อนของเพื่อนและเพื่อนของเพื่อนของเพื่อน ก็เลยได้ตื่นตาตื่นใจกับการปรบมือตลอดเวลาทุกๆ 5 วินาที การร้องตะโกนปลุกใจกันและกันด้วยถ้อยคำซ้ำๆพร้อมๆกันเป็นร้อยๆคน การตั้งเป้าหมายในชีวิตไว้ที่ตัวเลขเปอร์เซนต์สมาชิกและจำนวนเงิน และการเดินเชิญคนสำคัญขึ้นบนเวทีด้วยคนทำท่าอุลตร้าแมนเตรียมปล่อยแสงเป็นขบวนแถว รวมถึงการค้นหาเป้าหมายในชีวิตและการพยายามคาดคั้นว่าเรามีเป้าหมายในชีวิตแล้วหรือยัง
ก็แค่บังเอิญว่าในความคิดของข้าพเจ้านั้นเป้าหมายในชีวิตคนเรามันน่าจะมีอะไรที่มากกว่าตัวเลขเปอร์เซนต์ เงินและเวลาที่มากพอจะทำให้คุณไปท่องเที่ยวได้ร้อยเจ็ดสิบเอ็ดล้านประเทศ ยิ่งการมาปลุกเร้าว่าทำธุรกิจเขาแล้วจะมีตังค์ซื้อกระเป๋าใบละ 7 หมื่นได้หลายๆใบนี่ยิ่งไม่เข้าตา…รวมถึงวิธีการไซโค ล่อให้เคลิ้ม อัดด้วยเสียง และการเป็นหนึ่งเดียวกันแบบหุ่นยนต์นี่ดูจะหลอนเกินกว่าจะรับได้
ไม่เถียงเลยว่ามีคนที่ทำ “ธุรกิจ” เขาแล้วร่ำรวยกันไปได้จริงๆ และมันน่าสนใจมากด้วยว่าอะไรที่โน้มน้าวใจคนเป็นร้อยๆให้มาเชื่อ มาร้องตะโกนถ้อยคำซ้ำๆ มาปรบมือวันละ 400 ครั้ง มาจับมือจับไม้ให้กำลังใจกันทุกคนและทุกครั้งที่แสดงเจตจำนงจำนวนเปอร์เซนต์ที่ชัดเจนในชีวิตได้
แต่ความหลอนแบบโลกนี้มีความคิดความเชื่อเพียงหนึ่งเดียวก็ปล่อยให้มีแค่ในหนังไม่ก็ 1984ของจอร์จ ออร์เวลล์ก็พอเถอะว่ะ
ทางออกเพียงไม่กี่อย่างในระหว่างการนั่งรถเดินทางกลับ
-อุดหูฟังอัด goose เข้าหูล้างเพลงตื๊ดๆดิสโก้กระป๋อง ที่เขาเปิดล้างสมองกันตลอดเวลาทิ้งไปซะ จะได้ไม่ต้องรับรู้อะไรอีก แม้จะมีการพยายามเรียก “ผู้มาใหม่” ออกไปพูดหน้ารถก็ไม่ได้ยินแล้วล่ะ ปล่อยผู้มาใหม่ท่านอื่นที่เสียงสั่นเครือด้วยความเชื่อออกไปพูดก็พอแล้ว ข้าพเจ้าพูดก็มีแต่จะรนหาที่ตาย
-sms หาเพื่อนคนอื่นๆด้วยอาการไม่ต่างจากการพยายามคว้าห่วงยางที่ขอบสระตอนใกล้จมน้ำ
-ทางออกแถมๆ คือการสื่อสารในความเงียบกับเพื่อนผู้ยังเหลือสติอยู่ด้วยเทคโนโลยีสมัย ป.4 เขียนกระดาษหลบคุณครูแอบส่งกันอ่านบรรเทาความเครียดที่เกิดสะสมอย่างรุนแรง

ขออนุญาตป้ายหมึกแดงที่นามเพื่อนของเพื่อน เดี๋ยวเขาซวย

เราทำได้ เราทำได้ เราไม่หลวมตัวไปกะเขาอีกแล้วได้ เยส เยส เยส

กันยายน 3, 2008

ประเทศไทยไชโย

เห็นภาพข่าวเมื่อวาน สันดานดิบของคนมันแสดงออกมาได้อย่างน่าขนลุก คนล้มลงไปก็ไปตีซ้ำ กะเอากันตาย ทำได้ยังไงไม่เข้าใจ ความคิดไม่เหมือนกันแล้วเราก็ต้องฆ่ากันให้ตายไปข้างเลยหรือ เหมือนที่ผ่านมาไม่เคยเจ็บไม่เคยจำ 2516 2519 2535 และ2551 แค่ 30กว่าปี เราฆ่ากันถี่แบบนี้เลย
แต่ที่อยากจะแค่นหัวเราะแต่กลับออกมาเป็นเสียงสะอื้น ก็ตอนที่นักข่าวถามสมัครเรื่องที่มีคนตาย 1 คน แต่สมัครถามกลับว่า “คนที่ตายอยู่ฝ่ายไหน” นักข่าวตอบ “คนไทย” สมัครถามกลับ “คนไทยน่ะ ฝ่ายไหน”
ณ ปี พ.ศ. 2551 คุณค่าชีวิตคนมันขึ้นอยู่กับว่าเขาอยู่ฝ่ายเดียวกับใคร?!?