Entries from มกราคม 2008

มกราคม 24, 2008

Kon Ichikawa の Kindaichi

หลังจากดูสารคดีเกี่ยวกับ Kon Ichikawa ของ Shunji Iwai แล้วก็เกิดอาการอยากรู้จักหนังของผู้กำกับที่เป็นที่ชื่นชมของผู้กำกับที่เราชื่นชอบอีกที ถัดจากการสนุกบ้างเบื่อบ้างกับ Tokyo Olympiad สารคดีโอลิมปิกของ Kon Ichikawa แล้วก็ได้เวลาลองของต่อกับ Kindaichi:Murder of The Inugami Clan
ไตเติ้ลเปิดเรื่องที่ทำเป็นตัวอักษรญี่ปุ่นสีขาวใหญ่คับจอบนพื้นสีดำ ตัดสลับกับภาพเปิดตัวคินดะอิจิที่กำลังเดิน/ตัวอักษร/คิดะอิจิหันหลัง/ตัวอักษร/กระเป๋าของคินดะอิจิ/ตัวอักษร/โคลสอัพกระเป๋า… มันดูโบราณแสนเชยแต่ก็อุดมเสน่ห์ของความเป็นหนังเก่าที่ไม่คิดว่าจะได้มาเห็นบนจอในโรงภาพยนตร์กลางสยามสแควร์ตอนต้นปี 2008
จังหวะการเล่าเรื่องแบบหนังโบราณนี่เล่นเอาแทบน๊อค มันเชื่องช้าชวนอึดอัดเอาการ แต่ผลลัพธ์สุดท้ายออกมากลายเป็นว่ามานั่งขำบ้าๆบอๆอยุ่คนเดียว(เสียงดังด้วย) ในฉากที่เขาเครียดกันที่สุด เถียงกันคอเป็นเอ็นแบบแย่งกันพูดไม่มีใครฟังใครแต่ดันรู้เรื่องกัน ฉากตกใจที่ตัดมาที่หน้าตัวละครทุกคนทีละโชะๆๆจนครบ ฉากคินดะอิจิเกาหัวรังแคกระจายครั้งที่4 รวมถึงฉากมุขเก่าๆของคุณตำรวจเวลาด่วนสรุปว่าใครเป็นฆาตกรซ้ำๆกัน 3-4 ครั้ง
แต่ที่ไม่เข้าใจที่สุดก็คงเป็น acting แข็งๆอย่างที่มักจะเป็นกันในหนังหรือละครญี่ปุ่นเก่าๆ (เมื่อคืนดู Mask Raider สุดๆแห่ง acting ตามแบบแผน) ว่ามันเกิดจากตัวนักแสดงเองที่แสดงออกมาเป็นแบบนี้กันค่อนประเทศ หรือมันเป็นท่าทางปกติของคนญี่ปุ่นที่เป็นกันอย่างนั้นเองค่อนประเทศ และคนในหนังอย่าง All About Lily Chou Chou , Nobody Knows นั้นเขาไม่ปกติกันเท่าไหร่

อันนี้เป็นโปสเตอร์หนังเวอร์ชั่นปี 1976 ของ [...]

มกราคม 8, 2008

a Wonder Boy หนุ่มน้อยทะลุมิติ

ช่วงที่รื้อจัดชั้นการ์ตูน มีโอกาสขุดเจอกับหนังสือการ์ตูนที่ถูก(น้องสาว)แอบซ่อนมานานเรื่องหนึ่ง a Wonder Boy หนุ่มน้อยทะลุมิติ
ไม่รู้ว่าพลาดไปได้ยังไง เพราะแค่เห็นหน้าปกก็รู้แล้วว่าเป็นคนเดียวกับที่วาดป๋ายานางิซาว่า (Yamashita Kazumi) เลยได้อ่านทีเดียว 5 เล่มรวดก็สะใจดีเหมือนกัน

เป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่มีชีวิตที่ยาวนานผ่านมาหลายยุคหลายสมัย แต่สิ่งที่เด็กหนุ่มคนนี้สงสัยมาตลอดชีวิตอมตะของเขาก็คือ มนุษย์นั้นคืออะไร
มีทั้งความสงสัย สนเท่ห์ รวมถึงอาจสมเพชมนุษย์ในบางครั้ง
เริ่มตั้งแต่ความสงสัยว่าทำไมมนุษย์ถึงฆ่ากันเอง ซึ่งการฆ่ากันครั้งแรกของมนุษย์นั้นคือการฆ่ากันของพี่น้องร่วมท้องเดียวกันของลูกหลานรุ่นแรกของมนุษย์คู่แรกด้วยซ้ำ
a Wonder Boy เปรียบได้กับ Hi no Tori ของ Osamu Tezuka ในเวอร์ชั่นคน ที่สามารถอยู่อย่่างอมตะข้ามผ่านเวลายาวนาน สำรวจ ค้นหา ทดสอบ รวมถึงอาจล้อเล่นกับชีวิตของมนุษย์เพราะความอยากจะเข้าใจในมนุษย์ที่ยากจะเข้าใจ แต่ a Wonder Boy ดูจะมีด้านที่ dark อยู่เยอะกว่า ดูจริงกว่า เหมือนมหากาพย์โบราณเทียบกับเรื่องสั้นกระแทกความจริงร่วมสมัย
การ์ตูนเรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นมนุษยนิยมอย่างที่สุดของเด็กหนุ่มคนนี้(ที่ก็ไม่รู้ว่าจริงๆแล้วเป็นมนุษย์หรือว่าเป็นอะไรแน่) ทั้งที่บางทีมนุษย์อย่างเราเองอาจไม่รู้สึกว่าตัวเองมีอะไรให้น่านิยมนักก็ตาม
ความหมายของการมีชีวิตอยู่ถูกกระตุ้นถามอยู่ในการอ่านทุกบททุกตอน ใครกันช่างว่าการ์ตูนเป็นเพียงเรื่องของเด็ก และผู้ใหญ่ที่อ่านการ์ตูนก็ยังเป็นเด็กไม่ยอมโต (มาอ่านเรื่องนี้เลยเจ๊)
ตอนนี้อยากอ่าน MW (ムウ) กับ Buddha ของ Osamu

ใครก็ได้ช่วยเอามาแปลทีได้โปรด หนูอ่านไม่ออก+ไม่มีตังค์ซื้อ แต่ [...]

มกราคม 5, 2008

across the universe to strawberry fields…forever

มกราคม 1, 2008

ข้อสังเกตจากความฝัน

ช่วงหยุดปีใหม่นี้ต้องเฝ้าบ้าน+ทำงานบ้านกระหน่ำมือแตกระแหง พอหัวถึงหมอนเลยฝันกระจายคลายเซ็ง ก็เลยได้ความรู้ใหม่เพิ่มขึ้นมาว่า
1.ฉันฝันเป็นภาษาปะกิตได้ด้วย!!! และต้องเค้นสมองเหนื่อยยากในการคิดคำไม่ต่างจากตอนตื่นเลย
เรื่องมันมีอยู่ว่า อิฉันไปเดินอยู่ริมหาด ที่พื้นทรายมีหลุมใหญ่อยู่หลายหลุม ในแต่ละหลุมมีปลาหน้าตาแปลกตัวใหญ่ว่ายอยู่ 2-3 ตัว สวยมาก กำลังตื่นเต้นดูปลาอยู่ๆก็มีคนมาไล่ เป็นพนักงานรีสอร์ทหรูตรงนั้น บอกว่าหาดนี่เป็นที่ส่วนตัว ห้ามคนนอกเข้ามา เราก็เถียงกลับว่าชายหาดมันเป็นพื้นที่สาธารณะ เป็นของทุกคนในโลก ใครจะมาอ้างตัวเป็นเจ้าของได้ยังไง (อารมณ์เก็บกดจากตอนไปกระบี่ แล้วก็อ่าวกิ่วที่เสม็ดชัวร์ๆ) มีความพยายามในการเถียงมากแม้จะเป็นภาษาปะกิตที่ไม่กระดิกเลย สุดท้ายโดนพี่คนนั้นซึ่งจริงๆก็เป็นคนท้องที่นั่นแหละ(รู้ได้ไง) เขาเอาปืนยาวในมือสอยเข้าให้ กระสุนฝังเข้าไปที่แขน…และตื่น
2. ฉันสามารถฝันต่อเนื่องจากวันก่อนได้ !!! แม้ว่ามันจะห่างกันนับเดือนนับปี หรือบางทีก็แค่เมื่อวาน
มีทั้งบ้านหลังเดิมที่เคยเดินเข้าไป แล้วก็ฝันอีกทีว่าเข้าไปในห้องอื่นๆที่เหลือที่ยังไม่ได้ดูได้ด้วย ล่าสุดก็ฝันว่าเข้าไปทำโครงการจัดการเอาเศษของเวลา เศษของสถานที่(แปลว่าอะไรฟะ) ของคนจนๆที่ไปก่ออาชญากรรม มารวมกันได้เป็นสถานที่และเวลาว่างๆที่สามารถเอามาทำกิจกรรมดีๆได้ แล้วก็เอามาฝันต่อวันก่อนว่าสามารถทำโครงการนี้ต่อได้จนสำเร็จ เขา happy มีชีวิตที่ดี เราก็มีความสุขมาก
ตอนเด็กๆชอบฝันถึงสถานที่ในชีวิตจริง อย่างโรงเรียน ตึกเรียน แต่หน้าตามันจะเหวอกว่าของจริงเช่น หลังตึก7ชั้นที่เรียนอยู่ มีผ้าใบสีสดขนาดยักษ์ขึงตึงลงมาจากหน้าต่าง สามารถสไลด์ตัวลงมาได้ถึงข้างล่างที่เป็นสนามเด็กเล่น แล้วก็ฝันถึงตีกเรียนในเวอร์ชั่นนี้บ่อยมากๆ สนุกดี
3.4.1 ชอบปีใหม่อยู่อย่าง โรงงานทำโลกร้อนแถวบ้านและบ้านฉันเองหยุดกันหมด เพิ่งรู้สึกว่า อากาศมันเย็นและสดชื่น และความเงียบจริงๆที่ไม่มีเสียงหึ่งๆของเครื่องจักรปูเป็นแบ็คกราวตลอดเวลา มันเป็นอย่างนี้นี่เอง