ได้ยินมาว่าเครื่องฉายดาวที่ท้องฟ้าจำลองกำลังจะเสีย และถ้าซ่อมจะแพงมากพอกับซื้อเครื่องใหม่ ซึ่งมีลุ้นว่าถ้าเครื่องเสียไปกว่านี้ ห้องฉายดาวอาจต้องปิดตัวลง เพราะไม่มีตังค์ซื้อเครื่องหรือซ่อมเครื่องฉายดาว ซึ่งก็ไม่รู้ว่าข่าวนี้จริงไม่จริงแค่ไหน แต่หลังจากวันที่ได้ยินก็เกิดอาการร้อนรนจะไปดูดาวซะให้ได้ ทั้งที่ท้องฟ้าจำลองก็ตั้งอยู่ที่เดิมของมันมาอย่างนั้นตั้งแต่ก่อนเราเกิดซะอีก ถ้าไม่คิดว่า “จะไม่ได้ดูแล้ว” ก็คงไม่เขยื้อนกายไปดูตามนิสัยเสียๆที่เห็นของใกล้มือไม่น่าต้องรีบ แล้วก็ผลัดไปเรื่อยอย่างนั้น ขนาดว่าดูหนังสั้นของทศพล บุญสินสุข ที่พาเข้าไปเหวอๆในท้องฟ้าจำลองแล้วก็ว่าอยากจะมาๆ แต่ก็ยังไม่กระตุ้นเท่าประโยคว่าท้องฟ้าจำลองอาจจะปิดเลย
วันนี้ก็ได้ฤกษ์งามยามดี หลังจากแวะไป ม.กรุงเทพเพื่อดูงานของ อ.สันติ ลอรัชวี ที่มีเป็นวันสุดท้าย (ตามเคย) ก็เลยไปท้องฟ้าจำลองซะเลย ไม่รู้จำนวนคนราวๆ 10-13 คนในวันธรรมดาตอนบ่ายสองครึ่ง จะเรียกว่าน้อยหรือว่ามากดี มีทั้งคนหนุ่มสาว คู่รัก ผู้ชายอายุราวๆ40-50 มาดู ตอนรอเวลาห้องฉายดาวเปิดประตูบรรยากาศรอบๆก็วิเวกวังเวงดี นั่งอ่านหนังสือได้สบายๆ แต่ก็มีเด็กนักเรียนเดินๆอยู่ มีป้ากับลุงขายของ มีเจ้าหน้าที่ รู้สึกแปลกๆ เพราะไม่เคยคิดว่าจะมีคนที่มีธุระเกี่ยวข้องกับที่นี่ซักเท่าไหร่ ค่าที่มองจากข้างนอกแล้วมันดูร้างไร้ผู้คน แล้วตัวเองก็ไม่มีธุระอะไรที่นี่ พาลคิดไปว่าไม่น่าจะมีึคนในนี้ (เอาอะไรคิดละเนี่ย)
ดวงดาวพราวเต็มฟ้า พร้อมเสียงบรรยายของคุณลุงที่คอยชี้ตำแหน่งของดาวกลุ่มต่างๆ ทำให้นึกถึงตอนไปค่ายเด็กตอนปี 1 ตอนนั้นไปนอนดูดาวกลางสนามฟุตบอลโรงเรียน ใน อ.ชลแดน จ.เพชรบูรณ์ ตอนนั้นพี่ปี4 (น่าจะเป็นพี่เติ้ล) พกแผนที่ดวงดาวติดตัวไปค่ายด้วย ก็อาศัยดูไปกับพวกพี่ๆ ซึ่งก็ออกแนวมึนๆดาวเต็มไปหมด ไม่รู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหนอยู่ดี คราวนี้มีลูกศรคุณลุงชี้ให้ดูจะจะ พร้อมซ้อนภาพทาบกลุ่มดาวไปเลยว่านี่คือกลุ่มดาวแมงป่อง นี่กลุ่มดาวนายพราน ก็ได้รู้ซะทีว่าที่เขาแบ่งกลุ่มดาวน่ะมันดูยังไง
แต่วันนี้ไม่มีดวงจันทร์ให้ดู เครื่องฉายดวงจันทร์เสียซะแล้ว…กลัวว่าดาวดวงอื่นจะทยอยดับตามไปด้วย
หลังดูดาวมีหนังสารคดีฉายด้วย วันนี้ฉายเรื่อง “โลกของเรา” ตอนจบพูดถึงว่าสุดท้ายแล้ว ตอนที่เชื้อเพลิงไฮโดรเจนของดวงอาทิตย์หมด ดวงอาทิตย์จะขยายตัวเป็นดาวยักษ์ใหญ่สีแดง และกลืนกินโลกไปด้วย เป็นจุดสิ้นสุดที่เป็นไปตามธรรมชาติที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ถึงตอนนี้ก็อึ้งๆ ว่าชีวิตของเราบนโลกนี่มันเล็กมากจริงๆ แล้วเราก็จะต้องแตกดับไปเหมือนกับดาวดวงอื่นๆ ที่มีมากอีกไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ในอวกาศเวิ้งๆดำๆ ไม่มีหัวไม่มีท้ายไม่มีเหนือไม่มีใต้ แล้วก็ปาฏิหารย์มากๆแล้ว ที่โลกนี้มันยังรอดจากการถูกนั่นนี่โน่นในอวกาศพุ่งชนอยู่ได้
ถึงจะแอบวูบหลับไปหลายแว่บ แต่ก็ชอบนะที่ได้มาดูดาว ตอนจบก็เช้าพอดี มีเสียงนกร้องจิ๊บๆพร้อมดวงอาทิตย์จิ๋วขึ้นที่ริมขอบฟ้า ซึ่งในชีวิตจริงไม่ได้เห็นมานานมากแล้วแสงอาทิตย์เบิกโรงเนี่ย เห็นแต่ตะวันโ่ด่งแยงตา ก็ได้มาดูยามเช้าแบบจำลองๆนี่ล่ะ
ไม่ต่างกับวันที่ไปดูหนองน้ำและสัตว์เลื้อยคลานแบบจำลองๆที่เขาดิน อยากไปดูใต้ทะเลจำลองๆตามห้าง ถ่ายป่าจำลองในกรุงเทพฯเท่าที่หาได้เก็บไว้ดูเป็นของตัวเอง ดูเหมือนตอนนี้จะพึ่งพาอาศัยสิ่งจำลองๆในการสัมผัสธรรมชาติเยอะจริง…
































