กรกฎาคม 31, 2008

ท้องฟ้าจำลอง ดวงดาวจำลอง

ได้ยินมาว่าเครื่องฉายดาวที่ท้องฟ้าจำลองกำลังจะเสีย และถ้าซ่อมจะแพงมากพอกับซื้อเครื่องใหม่ ซึ่งมีลุ้นว่าถ้าเครื่องเสียไปกว่านี้ ห้องฉายดาวอาจต้องปิดตัวลง เพราะไม่มีตังค์ซื้อเครื่องหรือซ่อมเครื่องฉายดาว ซึ่งก็ไม่รู้ว่าข่าวนี้จริงไม่จริงแค่ไหน แต่หลังจากวันที่ได้ยินก็เกิดอาการร้อนรนจะไปดูดาวซะให้ได้ ทั้งที่ท้องฟ้าจำลองก็ตั้งอยู่ที่เดิมของมันมาอย่างนั้นตั้งแต่ก่อนเราเกิดซะอีก ถ้าไม่คิดว่า “จะไม่ได้ดูแล้ว” ก็คงไม่เขยื้อนกายไปดูตามนิสัยเสียๆที่เห็นของใกล้มือไม่น่าต้องรีบ แล้วก็ผลัดไปเรื่อยอย่างนั้น ขนาดว่าดูหนังสั้นของทศพล บุญสินสุข ที่พาเข้าไปเหวอๆในท้องฟ้าจำลองแล้วก็ว่าอยากจะมาๆ แต่ก็ยังไม่กระตุ้นเท่าประโยคว่าท้องฟ้าจำลองอาจจะปิดเลย

วันนี้ก็ได้ฤกษ์งามยามดี หลังจากแวะไป ม.กรุงเทพเพื่อดูงานของ อ.สันติ ลอรัชวี ที่มีเป็นวันสุดท้าย (ตามเคย) ก็เลยไปท้องฟ้าจำลองซะเลย ไม่รู้จำนวนคนราวๆ 10-13 คนในวันธรรมดาตอนบ่ายสองครึ่ง จะเรียกว่าน้อยหรือว่ามากดี มีทั้งคนหนุ่มสาว คู่รัก ผู้ชายอายุราวๆ40-50 มาดู ตอนรอเวลาห้องฉายดาวเปิดประตูบรรยากาศรอบๆก็วิเวกวังเวงดี นั่งอ่านหนังสือได้สบายๆ แต่ก็มีเด็กนักเรียนเดินๆอยู่ มีป้ากับลุงขายของ มีเจ้าหน้าที่ รู้สึกแปลกๆ เพราะไม่เคยคิดว่าจะมีคนที่มีธุระเกี่ยวข้องกับที่นี่ซักเท่าไหร่ ค่าที่มองจากข้างนอกแล้วมันดูร้างไร้ผู้คน แล้วตัวเองก็ไม่มีธุระอะไรที่นี่ พาลคิดไปว่าไม่น่าจะมีึคนในนี้ (เอาอะไรคิดละเนี่ย)

ดวงดาวพราวเต็มฟ้า พร้อมเสียงบรรยายของคุณลุงที่คอยชี้ตำแหน่งของดาวกลุ่มต่างๆ ทำให้นึกถึงตอนไปค่ายเด็กตอนปี 1 ตอนนั้นไปนอนดูดาวกลางสนามฟุตบอลโรงเรียน ใน อ.ชลแดน จ.เพชรบูรณ์ ตอนนั้นพี่ปี4 (น่าจะเป็นพี่เติ้ล) พกแผนที่ดวงดาวติดตัวไปค่ายด้วย ก็อาศัยดูไปกับพวกพี่ๆ ซึ่งก็ออกแนวมึนๆดาวเต็มไปหมด ไม่รู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหนอยู่ดี คราวนี้มีลูกศรคุณลุงชี้ให้ดูจะจะ พร้อมซ้อนภาพทาบกลุ่มดาวไปเลยว่านี่คือกลุ่มดาวแมงป่อง นี่กลุ่มดาวนายพราน ก็ได้รู้ซะทีว่าที่เขาแบ่งกลุ่มดาวน่ะมันดูยังไง

แต่วันนี้ไม่มีดวงจันทร์ให้ดู เครื่องฉายดวงจันทร์เสียซะแล้ว…กลัวว่าดาวดวงอื่นจะทยอยดับตามไปด้วย

หลังดูดาวมีหนังสารคดีฉายด้วย วันนี้ฉายเรื่อง “โลกของเรา” ตอนจบพูดถึงว่าสุดท้ายแล้ว ตอนที่เชื้อเพลิงไฮโดรเจนของดวงอาทิตย์หมด ดวงอาทิตย์จะขยายตัวเป็นดาวยักษ์ใหญ่สีแดง และกลืนกินโลกไปด้วย เป็นจุดสิ้นสุดที่เป็นไปตามธรรมชาติที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ถึงตอนนี้ก็อึ้งๆ ว่าชีวิตของเราบนโลกนี่มันเล็กมากจริงๆ แล้วเราก็จะต้องแตกดับไปเหมือนกับดาวดวงอื่นๆ ที่มีมากอีกไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ในอวกาศเวิ้งๆดำๆ ไม่มีหัวไม่มีท้ายไม่มีเหนือไม่มีใต้ แล้วก็ปาฏิหารย์มากๆแล้ว ที่โลกนี้มันยังรอดจากการถูกนั่นนี่โน่นในอวกาศพุ่งชนอยู่ได้

ถึงจะแอบวูบหลับไปหลายแว่บ แต่ก็ชอบนะที่ได้มาดูดาว ตอนจบก็เช้าพอดี มีเสียงนกร้องจิ๊บๆพร้อมดวงอาทิตย์จิ๋วขึ้นที่ริมขอบฟ้า ซึ่งในชีวิตจริงไม่ได้เห็นมานานมากแล้วแสงอาทิตย์เบิกโรงเนี่ย เห็นแต่ตะวันโ่ด่งแยงตา ก็ได้มาดูยามเช้าแบบจำลองๆนี่ล่ะ

ไม่ต่างกับวันที่ไปดูหนองน้ำและสัตว์เลื้อยคลานแบบจำลองๆที่เขาดิน อยากไปดูใต้ทะเลจำลองๆตามห้าง ถ่ายป่าจำลองในกรุงเทพฯเท่าที่หาได้เก็บไว้ดูเป็นของตัวเอง ดูเหมือนตอนนี้จะพึ่งพาอาศัยสิ่งจำลองๆในการสัมผัสธรรมชาติเยอะจริง…

กรกฎาคม 17, 2008

ทำไมวันนี้ Xiao Wu ไม่พูดไทย

จริงๆก็น่าจะเอะใจตั้งแต่ตอนยืมแล้วล่ะ เพราะที่กล่องมีแต่ภาษาญี่ปุ่น(ไม่ใช่ภาษาจีนด้วยซ้ำทั้งที่เป็นหนังจีน) และมีภาษาอังกฤษนับคำได้ คือ คำว่า Xiao Wu, a film by Gia Zhang Ke, COLOR, DVD video, 108 min… อารามดีใจอยากดูไม่ได้คิดถึงเรื่อง subtitle เล้ย ตกลงว่าที่แผ่นญี่ปุ่นก็มีแค่ 1:日本語字幕 (แปลว่าข้อยนี้สิมีแต่ Japanese Subtitle อ่ะเด่ะ!!!) ที่เซ็งกว่าคือคำถากถางจากน้องชายสุดเลิฟว่า “คิดว่าห้องสมุดเขาจะไปก๊อปนายแว่นมาให้ยืมรึไง” ทู่ซี้ดูไปได้ 10 นาที เป็นอันยอมแพ้ จะซับจีน ซับญี่ปุ่น ไม่มีลุ้นทั้งนั้น ทำเอาเซ็งคนญี่ปุ่น ใจคอไม่คิดจะทำซับอังกฤษไว้บ้างเลยเรอะ ความกระดี๊กระด๊าที่เมื่อวานได้สัมผัสงานจริงของนาระกับโมริมูระในหว่างแขนเหวี่ยงกลับไปที่ศูนย์เลย เลิกเห่อญี่ปุ่น 1 วัน

กรกฎาคม 15, 2008

ที่วิ่งเล่นของพี่ๆจอมสลัด

แม้ภาพยนตร์จะเลื่อนกำหนดฉายออกไปถึงเดือนตุลาคม แต่ท่านก็สามารถหาหยิบและฉวย Happening 017 ปกพี่อุ๋ย อนันดา และป๋าติ๊กมาอ่านแก้คิดถึงได้ก่อนวันนี้ตามที่นัดหมายเดิม หรือพบได้ตามแผงในเวอร์ชั่นขายจ้ะ

มีภาพที่เหลือรอดจากการใช้งานที่ช่างภาพปล่อยให้ไปวิ่งเล่นอยู่ที่ สนามวิ่งเล่นแห่งนี้

กรกฎาคม 3, 2008

จากข้างในหอศิลป์กทม.

เห็นตึกใบหยกผ่านกระจกพราวน้ำฝน

เห็นรถไฟ 2 รางวิ่งพุ่งมาหาในระดับสายตา

เห็นลูกเล่นอลังการภายใน แต่สงสัยว่าจะเหลือพื้นที่แสดงงานแค่ไหนหว่า เป็นโดนัทกลวงๆไปซะเยอะ เป็นพื้นที่ร้านค้าก็ไม่น้อย และผนังโค้งๆที่ยังงงอยู่ว่าจะติดตั้งงานศิลปะอีท่าไหนจะมี Matthew Barney มาปีนแบบที่ Guggenheim Museum ไหม

มิถุนายน 13, 2008

แมว

มิถุนายน 13, 2008

เมื่อวานเมฆสวย

มิถุนายน 12, 2008

FACE TO FACES part II

เดือนแห่งภาพถ่ายกรุงเทพฯกลับมาอีกแล้ว คราวนี้สะดวกดีจัดรวมๆกันเป็นที่ๆไป อย่าง FACE TO FACES part II ก็จัดที่สีลมแกลเลอเรียชั้น4 กับชั้นใต้ดินถังแกลเลอรี (part I อยู่ที่ Queen Gallery ยังไม่ได้ไปดู) มีงานดีๆเต็มไปหมด

เพิ่งเคยได้เห็นรอยยิ้มจากคนไร้บ้านที่ดูมีชีวิตชีวาขนาดนี้ เป็นเพราะคนที่ถ่ายภาพคราวนี้เป็น “คนใน” ไม่ใช่คนนอกมองเข้าไป ภาพถ่ายชุด “สนามหลวง”ของ ชัยศิริ จิวะรังสรรค์ เกิดขึ้นมาจากการที่เขาส่งกล้องกระดาษให้คนที่มีสนามหลวงเป็นบ้านไปถ่ายรูปกันเอง หลายภาพทำให้เราถึงกับอึ้ง เพราะไม่เคยคิดมาก่อนว่ารอยยิ้มของคนไร้บ้านอย่างพวกเขาจะสดใสกันได้ขนาดนี้

ชอบงานชุด “ลมตะวันออก” ของกำธร เภาวัฒนาสุขมากๆ เป็นเรื่องราวความทรงจำในครอบครัวของเขา ยิ่งชื่อภาพช่วยเติมเต็มความรู้สึกให้ทะลุเกินร้อยไปเลย (แต่ตอนนี้ลืมๆไปบ้างแล้วต้องไปดูอีกแน่นอน) จำได้บางส่วนเช่น “…บ้านหลังใหม่ของพ่อ” เป็นรูปเมรุเผาศพกับผืนน้ำกว้างเวิ้งว้าง เห็นด้วยกับที่ภัณฑารักษ์ของงานเขียนไว้ว่า “ภาพถ่ายชุดลมตะวันออกของเขาคือบทกวีที่บรรยายถึงชีวิต ความเปลี่ยนแปลง ความโรยรา ความตาย และความทรงจำ”

ข้างบนนี้คือภาพคุณพ่อของเขาในช่วงไม่นานก่อนเสียชีวิต ขวดยา ดอกไม้แห้งๆ ห้องว่าง และความว่าง

ต่อด้วยเจ๊ Nan Goldin แม่แห่งปวงชาว snapshot aesthetic + ผองชาวเกย์ เพศ ยาและเอดส์ กับงานชุด Intimacy 2 ใบ(เอง) รูปจริงแสดงจริงไม่ใช้สลิง

งานดีๆมีอีกเพียบ งานขำๆอย่าง เจริญสุข Family World Tour ที่วาดผนังเป็นรูปหอไอเฟล ภูเขาไฟฟูจิ แล้วพาพ่อแม่ไปเที่ยวไปถ่ายรูปก็มี แล้วก็มีงานเศร้าสนิทอย่าง Lost Loved Ones ของ Masaru Goto ที่ถ่ายภาพแววตาของคนที่สูญเสียคนที่รักในปัญหาความรุนแรงภาคใต้ แววตาของทุกคนไม่ต้องการคำอธิบายอีกแล้ว การฆ่ากันมันเป็นเรื่องที่ไร้้สาระที่สุดในโลก

และยังมีงานอื่นๆอีกมากมาย

จะไปเดินดูอีกหลายๆรอบเลย ใกล้บ้านดีด้วย ชอบ งานมีถึงวันที่ 8 ก.ค. 51 ชมฟรี


มิถุนายน 6, 2008

Dhamma Design

ปกติไม่ใช่คนที่เข้าวัดเข้าวา และไม่ใช่คนที่ใกล้ชิดกับธรรมะมากนัก ทั้งด้วยความไม่ใส่ใจของตัวเอง และความไม่ชอบใจในสารพัดรูปแบบของการเผยแผ่่ศาสนาพุทธในประเทศไทยตอนนี้ ทั้งพุทธปนผีปนไสย พุทธพานิชย์ พุทธจานบิน

เพื่อนคนหนึ่งที่เราออกจะแปลกใจเมื่อรู้ว่าเขามักจะหาเวลาว่างไปปฏิบัติธรรมอยู่เสมอ เพราะเห็นว่าเขาเล่นดนตรี เรียนศิลปะ และนิยมงานปาร์ตี้ ได้ยื่นหนังสือ “Dhamma Design : หนังสือธรรมะแนวทดลอง” และ “แดนสนทนา : A Summer Night Dialouge” ส่งให้

เป็นหนังสือธรรมที่ดูแปลกตาดีทีเดียว ชื่อคนทำที่อยู่ในเล่มก็ชวนแปลกใจ เนื้อหาจะเน้นไปทางสายวัดป่าที่เน้นการปฏิบัติธรรม การเข้าใจในความคิดตนเอง และอิงกับธรรมชาติ ไิม่หนักจนเกินความเข้าใจและ ไม่ออกแนวโฆษณาชวนเชื่อเหมือนที่เราขยาดจากหนังสือพยายามสอนธรรมะที่เคยอ่านตอนเด็กๆ แม้จะมีเนื้อหาบางจุดชวนให้รู้สึกอยากจะขัดอยากจะแย้งบ้าง แต่โดยรวมก็นับว่าน่าสนใจ รูปแบบไม่ได้นำเนื้อหาแต่มีส่วนช่วยให้หยิบมาอ่านได้ง่ายขึ้นมากกว่า ภาพประกอบข้างในหลายชุดที่เราคิดว่ามันช่วยขับเน้นบรรยากาศของความสงบในธรรมชาติและเนื้อหาธรรมะของเล่มให้ชัดเจน

ธรรมะกับธรรมชาตินั้นมันก็เป็นเรื่องเดียวกันนั่นแหละ คิดว่าความสงบที่เราพบเมื่อตอนได้ไปนั่งอยู่แถวตีนดอยเชียงดาว กับความสงบของการปฏิบัติธรรมคงไม่ได้ไกลห่างจากกันนัก

ตอนนี้กำลังเซ็งๆกับทีวีบางรายการที่สอนธรรมะแบบแปลกๆ ดูยัดเยียดๆและเหมือนกำลังล้างสมองกันมากกว่า จริงๆแล้วรูปแบบก็เป็นแค่รูปแบบ อยู่ที่ว่ามันเป็นไปในทางสร้างสรรค์หรือไม่และยังคงสาระที่แท้ของหลักธรรมไว้ได้มากกว่าหรือเปล่า รู้สึกว่าตัวเองคิดมากไปหรือเปล่าที่มานั่งสงสัยว่ารายการธรรมะพวกนั้นเป็นธรรมะจริงแค่ไหน แต่เห็นเค้าเอาเด็กๆมาท่องปาวๆในคำแปลกๆ และมุ่งหวังว่าจะต้องได้ไปสวรรค์ ก็กังวลถึงเด็กๆที่เริ่มต้นจากมุมมองทางนั้นน่ะ

(หากท่านใดจะประสงค์พิมพ์แจกเป็นธรรมทานสำหรับDhamma Design ติดต่อได้ที่ dhammadesign@hotmail.com และ แดนสนทนา Peslo123@yahoo.com)

พฤษภาคม 30, 2008

รูปเก็บตกจากก้นฮาร์ดดิสก์

เมื่อคืนไปรื้อไฟล์ภาพเก่าๆที่ save ไว้ใน external HD เลยเปิดไปเจอหน้าทะเล้นๆของหนุ่มน้อยฮานอยคนนี้เข้า จำได้ว่าตอนนั้นเรากำลังนั่งคอยกลุ่มคนบ้า shopping อยู่ที่หน้าร้านด้วยอาการเซ็งสุดขีด แล้วหนุ่มน้อยลูกชายบ้านขายของนี่แหละก็เข้ามาเป็นแผนก entertain ให้กับคนไม่บ้า shop

ก็ถ่ายรูปกันให้เมามันสนุกสนานทั้งที่ก็คุยกันไม่รู้เรื่องนั่นแหละ เสียดายที่ไม่ได้ถามที่อยู่ไว้ส่งรูปกลับไปให้พ่อหนุ่มเขาดู เพราะคุยกันแต่ภาษามือและภาษายิ้ม หนุ่มน้อยหน้าทะเล้นไม่รู้ป่านนี้โตเป็นหนุ่มจนไปเที่ยวทำหน้าทะเล้นใส่สาวๆที่ฮานอยเป็นแล้วหรือยังนะ

รูปที่บ้าถ่ายมาเยอะแยะตอนไปเที่ยว สุดท้ายก็เอามาดูแคู่้ 2-3ครั้งแล้วก็กลายเป็นไฟล์สงบนิ่งอยู่ใน HD ที่เป็นฟิล์มก็นอนนิ่งอยู่ในลิ้นชัก บางทียังอดนึกเสียดายไม่ได้ว่าถ้าไม่บ้าแต่จะถ่ายรูป เราอาจจะมองเห็นอะไรได้เยอะกว่านี้หรือเปล่า แต่ห้ามไม่ให้ถ่ายรูปนี่มันยากว่ะ ติดแล้วเลิกยาก  -_-!!! ก็ต้องสูู้รบปรบมือกับไฟล์ ฟิล์์มและกองรูปต่อไป

แถมพก หนุ่มน้อยหน้าเป็นขายตู้เย็นจากแม่ระมาด

เมษายน 24, 2008

ภาพยนตร์ที่มีสรรพคุณรักษาอาการตาแห้ง

ภาพยนตร์ที่มีสรรพคุณรักษาอาการตาแห้ง : Tokyo Tower : Mom and Me and Sometimes Dad

อาการตาแห้ง

-ต่อมน้ำตาผลิตน้ำตาลดลง อาจเกิดจากการใส่คอนแทคเลนส์ต่อเนื่องกันมาหลายปี หรือใช้คอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานานๆ หรือรู้สึกรู้สาอะไรน้อยลง

วิธีรักษา

-งดใช้คอนแทคเลนส์ และใช้คอมพิวเตอร์น้อยลง เพิ่มความถี่ในการพักสายตา
-หยอดน้ำตาเทียมเพิ่มความชุ่มชื้น

วิธีรักษาที่ได้ผลชะงัด

-ดูภาพยนตร์เรื่อง Tokyo Tower : Mom and Me and Sometimes Dad

อาการข้างเคียงจากการรักษาด้วย Tokyo Tower

-ดวงตาเปียกชื้นตลอดเวลา

-เกิดอาการรักครอบครัว รักแม่ รักพ่อ ขึ้นมาทันที

-อยากทำตัวให้ดีขึ้นกว่านี้ล้านเท่า

-พิจารณาตัวเองเป็นครั้งที่สิบห้าตลอดเวลาชมภาพยนตร์

-เกิดอาการคลั่งไคล้ โจโอดางิริ

-เดินถนนแล้วจะเจอเป้ วงเสลอวิ่งตัดหน้าไป

คำเตือน ลูกทุกคนควรได้ดูแม้จะไม่มีอาการตาแห้งและเป็นคนแอนตี้หนังบิวท์อารมณ์โศก

—————————————————-

สารคดีที่มีสรรพคุณกระตุ้นต่อมเดินทาง : The Silk Road

ต่อมเดินทาง

-เป็นต่อมไร้ท่อ รวมถึงไร้ที่อยู่แน่นอน บางครั้งรู้สึกว่าอยู่ที่เท้าเวลาคันกระยุบกระยิบ บางครั้งคิดว่าอยู่ที่หัวใจ เวลามันรู้สึกแปล๊บ ปล๊าบเมื่อเจอสถานที่ในฝันและคิดไปแล้วว่าตัวเองได้ไป

อาการข้างเคียงจากการเสพ The Silk Road

-ทำให้เด็กคนหนึ่งอยากมีแผนที่โลกและลูกโลกเป็นของตัวเอง เพื่อจะได้นั่งดู นั่งจับ นั่งคลำ ไล่สายตาไปตามดินแดน แผ่นน้ำ และภูเขาต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามแนวรอยต่อชายแดนของแต่ละประเทศ

-ทำให้เมื่อโตขึ้น เด็กคนนั้นเลือกเรียนในสาขาที่เกี่ยวกับอารยธรรมโบราณ วัฒนธรรมผู้คนจากหลากหลายพื้นที่ และได้เดินทางบ่อยเป็นที่สุดจนก่อให้เกิดอาการเสพติด

-หัวใจเต้นกระตุกทุกครั้งที่นึกภาพตัวเองกำลังเดินทางอยู่บนถนนสายหนึ่งบนเทือกเขาสูงลึกเข้าไปในทวีป

The Silk Road ออกอากาศครั้งแรกในประเทศไทยราวๆทศวรรษ 80 ตอนนี้ออกอากาศให้อาการกำเริบอีกครั้งที่ช่อง THAI TPBS เวลา 20.30 ทุกวันพุธ-ศุกร์